เกี่ยวกับวารสาร

กองบรรณาธิการวารสารได้กำหนดขอบเขต รับบทความในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโนโลยี ได้แก่ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากผู้ทรงคุณวุฒิ โดยบทความที่จะส่งมาให้พิจารณา ต้องไม่เคยเผยแพร่ในสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น นอกจากนี้บทความต้องไม่เป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดในการสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใดๆ ประกอบด้วย

  1. บทความวิจัย (research paper) หมายถึง งานเขียนที่นำเสนอผลการวิจัยอย่างเป็นระบบ ที่ประกอบด้วย บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา แนวคิด ทฤษฎี และผลงาน วิจัยที่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์ สมมติฐาน (ถ้ามี) นิยามศัพท์ ขอบเขตของการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย ผลการวิจัย อภิปรายผล ข้อเสนอแนะ บรรณานุกรม และภาคผนวก (ถ้ามี) ความยาว 10-15 หน้ากระดาษ A4
  2. บทความวิชาการ (academic paper) หมายถึง งานเขียนที่มีความน่าสนใจและมีองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการ ประกอบด้วย บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทนำ เนื้อหาที่สามารถชี้ประเด็นที่ต้อง การนำเสนออย่างชัดเจน มีการลำดับเนื้อหาอย่างเหมาะสม ควรมีทฤษฎีเบื้องหลัง สรุปผล ข้อเสนอแนะ และบรรณานุกรม
  3. บทวิจารณ์หนังสือ (book review) หมายถึง งานเขียนที่มีการถ่ายทอดความคิดเห็น โดยนำเสนอเนื้อหาสาระที่เป็นความรู้ ใช้หลักวิชาการ เพื่อวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ แสดงให้เห็นถึงข้อดีและชี้ให้เห็นถึงข้อ บกพร่องของหนังสือที่วิจารณ์ รวมถึงการเสนอแนวทางแก้ไข และข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน
  4. บทความปริทัศน์ (review article) หมายถึง งานเขียนที่ประเมินสถานะล่าสุดทางวิชาการเฉพาะทางที่มีการศึกษาค้นคว้า ซึ่งมีการผสมผสานแนวความคิด การทบทวนความก้าวหน้าของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และสรุปความรู้ ในเรื่องนั้นๆ เพื่อนำเสนอแนวคิดหรือองค์ความรู้ใหม่ โดยมีการวิเคราะห์ สังเคราะห์อย่างทันสมัย และมีข้อวิจารณ์ที่ชี้ให้เห็นแนวโน้มในการพัฒนารูปแบบผลงานอาจเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ความยาวประมาณ 10-15 หน้ากระดาษ A4 (นับรวมรูปภาพ ตาราง บรรณานุกรม และภาคผนวก (ถ้ามี) เว้นขอบกระดาษด้านบนและด้านซ้าย ด้านละ 1.5 นิ้ว ด้านล่างและด้านขวา ด้านละ 1 นิ้ว ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 ทั้งหมด โดยมีข้อมูลอย่างครบถ้วนอย่างครบถ้วน และเป็นไปตามที่กองบรรณาธิการวารสารกำหนดไว้ข้างต้น

ข้อแนะนำในการเตรียมบทความวิจัยเพื่อส่งวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

  1. ความยาวของบทความวิจัยฉบับ โดยนับรวมรูปภาพ ตาราง และเอกสารอ้างอิง จำนวน 8-12 หน้า ใช้กระดาษ A4

 

  1. แบบอักษร (Font) บทความวิจัย

2.1   ชื่อบทความวิจัยทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้พิมพ์ด้วยตัวหนาโดยใช้อักษรขนาด 18 พิมพ์ไว้กึ่งกลางหน้ากระดาษ

2.2   ชื่อ-นามสกุลผู้วิจัย พิมพ์ด้วยตัวหนาโดยใช้อักษรขนาด 16 พิมพ์ไว้กึ่งกลางหน้ากระดาษ

2.3   ชื่อสาขาวิชา คณะ สถาบันการศึกษา และอีเมล์ ให้พิมพ์ที่บรรทัดล่างต่อจากชื่อผู้วิจัย ชิดขอบซ้าย พิมพ์อักษรเป็นตัวบางขนาด 14 (ให้ใช้หมายเลขยกขึ้นไว้กำกับสำหรับชื่อนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษา)

2.4   ให้พิมพ์เนื้อหาด้วยตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 และพิมพ์ในลักษณะคอลัมน์เดียว

 

  1. องค์ประกอบของบทความวิจัยฉบับเต็ม ประกอบด้วย

3.1   ชื่อเรื่อง (Title) ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

3.2   ชื่อผู้วิจัย อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก/ร่วม และสถาบันการศึกษา (Author, advisors and corresponding author)

3.3   บทคัดย่อ (Abstract) ความยาวไม่เกิน 1 หน้า หรือระหว่าง 150-200 คำ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

3.4   คำสำคัญ (Keywords) จำนวน 3-5 คำ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

3.5   บทนำ (Introduction) ระบุถึงความสำคัญของปัญหาที่ศึกษา วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และประโยชน์โดยรวมที่จะเกิดขึ้นจากผลวิจัย

3.6   วัตถุประสงค์ของการวิจัย (Objective) มีความชัดเจนและสะท้อนถึงภาพทั้งหมดของงานวิจัย

3.7   วิธีดำเนินการวิจัย (Research Methodology) ครอบคลุมวิธีการวิจัย ประชากร กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือวิจัย ขั้นตอนการเก็บข้อมูล และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

3.8   ผลการวิจัย (Results) ได้จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย

3.9   อภิปรายผล (Discussion) นำเสนอผลการวิจัยโดยการอ้างโยงทฤษฎีเพื่อนำมาสนับสนุนหรือเห็นแย้งที่สมเหตุสมผล

3.10 สรุปผล (Conclusion) สรุปประเด็นหลักๆของผลการวิจัย

3.11 ข้อเสนอแนะ (Recommendations) เป็นข้อเสนอแนะเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์และเสนอแนะเพื่อการทำวิจัยในครั้งต่อไป

3.12 การอ้างอิง (References) ให้ทำการอ้างอิงค์ในแบบแทรกในเนื้อหา โดยใช่ระบบนาม-ปี (Author-Year) ตามรูปแบบ APA ที่กำหนด และเอกสารอ้างอิงทุกรายการที่ปรากฏในบทความต้องมีรายชื่อปรากฏอยู่ในรายการเอกสารอ้างอิง

 

  1. การพิมพ์

4.1   การพิมพ์หัวข้อ ให้พิมพ์ตรงกลางหน้ากระดาษ มีระยะระว่าง 1 บรรทัด เหนือหัวข้อ และให้ใส่เลขกำกับหัวข้อด้วย

4.2   การย่อหน้าเนื้อหา ให้ย่อหน้า 0.75 นิ้ว

4.3   การวางรูปหน้ากระดาษ การเว้นระยะห่างจากริมกระดาษให้เว้นระยะห่างดังนี้

4.3.1   ด้านบนและด้านซ้าย เว้นห่างจากขอบประดาษ 1.5 นิ้ว

4.3.2   ด้านล่างและด้านขวา เว้นห่างจากขอบประดาษ   1 นิ้ว

 

  1. การพิมพ์ตาราง จะต้องมีเลขกำกับแต่ละตาราง ให้พิมพ์หมายเลขลำดับของตารางและชื่อตารางคนละบรรทัด โดยพิมพ์ชิดขอบซ้ายมือของกระดาษ ถ้าชื่อตารางยาวกว่า 1 บรรทัด ให้ขึ้นบรรทัดใหม่ โดยให้อักษรตัวแรกตรงกับชื่อตารางในบรรทัดแรก และเว้นแถวว่าง 1 แถว ก่อนและหลังพิมพ์ตาราง

 

  1. การพิมพ์ภาพประกอบ ภาพแต่ละภาพต้องมีหลามเลขลำดับจาก 1 ไปจนจบบทความ การพิมพ์หมายเลขลำดับของภาพ ชื่อและ/ หรือ คำอธิบายให้พิมพ์ไว้ใต้ภาพ และให้เส้นแถวว่าง 1 แถว ก่อนและหลังพิมพ์ภาพประกอบ

 

  1. การพิมพ์สมการ ให้แยกพิมพ์ไว้ในแถวหนึ่งต่างหาก และให้เว้นแถวว่าง 1 แถว ก่อนและหลังการพิมพ์สมการ

 

x1=x+hx1=x+h และ y1=f(x1)=f(x+h)y1=f(x1)=f(x+h)

 

  1. การพิมพ์เอกสารอ้างอิงในเนื้อหาของบทความวิจัย

8.1   ใช้การอ้างอิงแบบแทรกเนื้อหา คือ ระบบนาม-ปี (ชื่อผู้แต่ง. ปีที่พิมพ์ : หน้า) กรณีที่ผู้แต่งเป็นชาวไทย ให้พิมพ์ทั้งชื่อและนามสกุล โดยใช้รูปแบบดังนี้

(ชื่อผู้แต่ง. ปีที่พิมพ์ : เลขหน้าเอกสารที่อ้างอิง)

(สุนันทา  วีระกุลเทวัญ และคณะ. 2550 : 69-72)

8.2   กรณีที่ผู้แต่งเป็นชาวต่างชาติ ให้พิมพ์เฉพาะนามสกุลผู้แต่ง โดยใช้รูปแบบดังนี้

(Morton. 2015 : 15)

(Bass and others. 2013 : 52-56)

 

  1. การพิมพ์เอกสารอ้างอิง (References) ให้อ้างอิงสารภาษาไทยก่อนแล้วค่อยตามด้วยสารภาษาอังกฤษ บรรทัดแรกของแต่ละรายการให้พิมพ์ชิดทางด้านซ้ายมือ หากพิมพ์ไม่จบในบรรทัดแรก ให้บรรทัดต่อมาย่อหน้า 7 ตัวอักษร และเริ่มพิมพ์ตัวที่ 8 การเรียงลำดับของเอกสารอ้างอิงแต่ละรายการของเอกสารภาษาไทย ให้เรียงตามอักษร ก-ฮ และตามลำดับของสระ และเอกสารอ้างอิงภาษาอังกฤษให้เรียงตาม A-Z และตามลำดับของสระเช่นกัน ถ้าชื่อหนังสือหรือชื่อของวารสารที่เป็นภาษาอังกฤษ ให้พิมพ์ตัวอักษรแรกรวมทั้งคำที่เป็นชื่อเฉพาะ (Proper nouns) ด้วยตัวใหญ่ ต่อจากนั้นเป็นตัวเล็กทั้งหมดและให้พิมพ์เป็นตัวเอน

 

ตัวอย่างเช่น

 

กรณีอ้างอิงจากตำรา/ หนังสือ/ วิทยานิพนธ์

 

สัลยุทธ์  สว่างวรรณ. (2550). ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ. กรุงเทพฯ : เพียร์สัน เอ็ดดูเคชั่น อินโดไชน่า.

สุธามาศ  อังศุชาติ และคนอื่น ๆ. (2552). สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์ เทคนิคการใช้โปรแกรม LISREL. กรุงเทพฯ :  เจริญดีมั่งคงการพิมพ์.

อัมพล  ชูสนุก. (2552). อิทธิพลของภาวะผู้นำของซีอีโอต่อประสิทธิผลองค์การในบริบทของวัฒนธรรมองค์การของบริษัทโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. (บริหารธุรกิจ). กรุงเทพฯ :  มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

Fowler, Paul R.  (2003).   Leading Technology in Higher Education  : An Empirical Investigation of the Role of the Chief Information Officer.   Dissertation.  Ph.D  (Leadership, and Curriculum Studies).  U.S.A  :  Department of Teaching, Leadership, and Curriculum Studies, Kent State University.

Kaplan, David.  (2009).  Structural Equation Modeling. London : Sage Publications.

 

กรณีอ้างอิงจากบทความในวารสาร

 

นิคม  นาคอ้าย. (2550). “องค์ประกอบผู้นำเชิงอิเล็กทรอนิกส์และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลภาวะผู้นำเชิงอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน,” ศึกษาศาสตร์.  18 (12) : 99-114.

Brown, Wayne A.  (2006).  “CIO Effectiveness in Higher Education,”  EDUCAUSE Quarterly.  29 (1) : 48-53.

DeLone, William H.  and  McLean, Ephraim R. (2003).  “The DeLone and McLean Model of Information System Success: A Ten-Year Update,” Journal of Management Information Systems.  19 (4) : 9-30.

 

กรณีอ้างอิงจากเว็บไซต์

พูนศักดิ์ สักทัตติยกุล.(2558). ส่วนประกอบและหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ 11 สิงหาคม

  1. จาก http://www.thaigoodview.com/node/30884

ITU Statistics. (2015). Global ICT Developments 2001-2015. (online). Retrieved Jan 5, 2015, from http://www.itu.int/ict/statistics

ขั้นตอนดำเนินการ

  1. ผู้เขียนส่งบทความ พร้อมใบสมัครส่งบทความ
  2. บรรณาธิการนำบทความที่ได้รับ เสนอผู้ทรงคุณวุฒิ (peer review) อย่างน้อย 2 ท่าน เพื่อประเมินคุณภาพความเหมาะสมของบทความ
  3. กรณีที่ผลการประเมินระบุให้ต้องปรับปรุงหรือแก้ไข ผู้เขียนต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้ทราบผลการประเมิน
  4. ผู้เขียนนำส่งบทความฉบับสมบูรณ์ จำนวน 1 ฉบับ พร้อมไฟล์บันทึกข้อมูล (โปรแกรม Microsoft Word)

ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว จะออกหนังสือตอบรับตีพิมพ์บทความ และตีพิมพ์ลงในวารสารได้ โดยผู้เขียนบทความจะได้รับวารสารวิชาการ  จำนวน 1 เล่ม

โปรดดู ตัวอย่างการเขียนบทความ หรือการเขียนรายการอ้างอิง ได้ที่ตัวเล่มบทความฉบับที่ตีพิมพ์เรียบร้อยแล้ว

การส่งบทความ

โปรดส่งต้นฉบับบทความที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของการใช้ภาษาตามหลักไวยากรณ์แล้ว ส่งทาง Online พร้อมแนบ File Microsoft Word

หรือจัดส่งบทความด้วยตนเอง ได้ที่

ดร.ทิพวัลย์ แสนคำ

สำนักงานคณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
ถนนจิระ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
รหัสไปรษณีย์ 31000

สามารถส่งเอกสารหรือติดต่อสอบถามได้ที่โทรศัพท์ :: 044 611221 ต่อ 6001
โทรศัพท์เคลื่อนที่ :: 085 104 7767
โทรสาร :: 044 612558
E-Mail : Sciencebru@hotmail.com